เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบทันตแพทย์เพราะฟันผุ หลายครั้งอาจรู้สึกแปลกใจเมื่อได้รับคำแนะนำว่า “ต้องรักษารากฟันน้ำนม” เพราะหลายคนคิดว่า ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็หลุดอยู่แล้ว ทำไมไม่ถอนออกไปเลย?
ความจริงแล้ว ฟันน้ำนมมีหน้าที่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด หากถอนออกก่อนเวลาอันควร อาจส่งผลต่อการเคี้ยวอาหาร การพูด การเจริญเติบโตของขากรรไกร และการขึ้นของฟันแท้ในอนาคต
บทความนี้จะอธิบายว่า รักษารากฟันน้ำนมคืออะไร จำเป็นเมื่อใด และเหตุใดทันตแพทย์จึงมักพยายามรักษาฟันน้ำนมไว้ หากยังสามารถเก็บรักษาได้
รักษารากฟันน้ำนมคืออะไร?
การรักษารากฟันน้ำนม คือการรักษาฟันที่ผุลึกจนลุกลามไปถึงโพรงประสาทฟัน แต่ยังสามารถเก็บตัวฟันไว้ใช้งานต่อได้
ทันตแพทย์จะกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ ทำความสะอาดภายในโพรงฟันและรากฟัน แล้วใส่วัสดุที่เหมาะสมสำหรับฟันน้ำนม ก่อนบูรณะฟันให้กลับมาใช้งานได้
เป้าหมายของการรักษา คือ รักษาฟันน้ำนมให้อยู่กับเด็กจนถึงเวลาที่ฟันแท้ขึ้นตามธรรมชาติ
ฟันน้ำนมสำคัญอย่างไร?
แม้ฟันน้ำนมจะเป็นฟันชุดแรกที่มีอายุการใช้งานเพียงชั่วคราว แต่ก็มีบทบาทสำคัญหลายด้าน ได้แก่
- ช่วยให้เด็กเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยในการออกเสียงและพัฒนาการด้านการพูด
- ช่วยให้เด็กยิ้มและมีความมั่นใจ
- รักษาพื้นที่สำหรับฟันแท้ที่จะขึ้นในอนาคต
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร
หากฟันน้ำนมสูญเสียก่อนเวลา อาจทำให้ฟันซี่ข้างเคียงค่อย ๆ เคลื่อนเข้าหาช่องว่าง ส่งผลให้ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่งหรือมีปัญหาการเรียงตัวในอนาคต
เมื่อไรที่เด็กอาจต้องรักษารากฟันน้ำนม?
ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษารากฟันน้ำนมเมื่อ
- ฟันผุลึกจนถึงโพรงประสาทฟัน
- เด็กมีอาการปวดฟันจากการอักเสบของโพรงประสาท
- ฟันติดเชื้อ แต่ยังสามารถเก็บรักษาได้
- ฟันน้ำนมซี่ยังต้องใช้งานอีกหลายปี ก่อนฟันแท้จะขึ้น
การรักษาจะขึ้นอยู่กับการตรวจในช่องปากและภาพเอกซเรย์ เพื่อประเมินว่าฟันยังสามารถรักษาไว้ได้หรือไม่
ทำไมไม่ถอนฟันน้ำนมเลย?
สาเหตุที่ทันตแพทย์ไม่เลือกถอนฟันทันที เพราะหากฟันน้ำนมยังมีบทบาทในการใช้งานและยังไม่ถึงเวลาหลุด การเก็บฟันไว้จะให้ผลดีต่อพัฒนาการของเด็กมากกว่า
การถอนฟันก่อนกำหนด อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
- เคี้ยวอาหารได้ไม่ดี
- ฟันข้างเคียงล้มเข้าหาช่องว่าง
- ฟันแท้ขึ้นผิดตำแหน่ง
- อาจต้องใส่ เครื่องมือกันฟันล้ม (Space Maintainer) เพื่อรักษาพื้นที่ไว้สำหรับฟันแท้
ดังนั้น หากฟันยังสามารถรักษาได้ ทันตแพทย์มักพยายามเก็บฟันน้ำนมไว้ก่อน
การรักษารากฟันน้ำนมเจ็บไหม?
ระหว่างการรักษา ทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างทำหัตถการ
ปัจจุบันการรักษาฟันเด็กมีเทคนิคและเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กให้ความร่วมมือได้ดีขึ้น รวมถึงมีการสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับเด็กเพื่อลดความกังวล
หลังการรักษา เด็กอาจรู้สึกตึงหรือไม่สบายบริเวณฟันเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งมักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
หลังรักษารากฟันน้ำนม ทำไมจึงต้องครอบฟัน?
ฟันที่ผ่านการรักษารากมักสูญเสียเนื้อฟันไปค่อนข้างมาก ทำให้เปราะและแตกได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะฟันกรามที่ต้องรับแรงบดเคี้ยวทุกวัน
การครอบฟันจึงช่วย
- ป้องกันฟันแตก
- เพิ่มความแข็งแรง
- ช่วยให้เด็กใช้งานฟันได้ตามปกติ
- ยืดอายุการใช้งานของฟันน้ำนมจนถึงเวลาที่ฟันแท้ขึ้น
ด้วยเหตุนี้ แนวทางของทันตแพทย์เด็กหลายแห่งจึงแนะนำให้ครอบฟันหลังรักษารากฟันกรามน้ำนมในกรณีที่เหมาะสม
ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
หากฟันผุลึกและไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดปัญหา เช่น
- ปวดฟันมากขึ้น
- ฝีหรือหนองบริเวณเหงือก
- การติดเชื้อของเนื้อเยื่อรอบฟัน
- รับประทานอาหารลำบาก
- ส่งผลต่อการนอนและคุณภาพชีวิตของเด็ก
- ในบางกรณี การอักเสบอาจกระทบต่อการพัฒนาของฟันแท้ที่อยู่ด้านล่าง
ดังนั้น หากเด็กเริ่มมีอาการปวดฟันหรือพบฟันผุลึก ควรรีบพามาพบทันตแพทย์ ไม่ควรรอจนฟันบวมหรือมีหนอง
คำถามที่พบบ่อย
1.ฟันน้ำนมเดี๋ยวก็หลุด ทำไมต้องรักษา?
เพราะฟันน้ำนมมีหน้าที่สำคัญในการเคี้ยวอาหาร การพูด และรักษาพื้นที่สำหรับฟันแท้ หากถอนก่อนเวลาอาจส่งผลต่อการเรียงตัวของฟันแท้ในอนาคต
2.รักษารากฟันน้ำนมใช้เวลานานไหม?
ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส เด็กบางคนอาจรักษาเสร็จภายในครั้งเดียว ขณะที่บางรายอาจต้องนัดติดตามเพิ่มเติม
3.รักษารากฟันน้ำนม เด็กจะเจ็บมากไหม?
ระหว่างรักษาจะใช้ยาชาเฉพาะที่ เด็กส่วนใหญ่สามารถเข้ารับการรักษาได้ โดยทันตแพทย์จะพยายามทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลายที่สุด
4.รักษารากแล้ว ฟันจะอยู่ได้จนฟันแท้ขึ้นไหม?
หากการรักษาประสบความสำเร็จและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ฟันน้ำนมหลายซี่สามารถอยู่ได้จนถึงช่วงที่หลุดตามธรรมชาติ
5.ถ้าฟันรักษาไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?
หากฟันเสียหายมากหรือไม่สามารถเก็บไว้ได้ ทันตแพทย์อาจจำเป็นต้องถอนฟัน และในบางกรณีอาจพิจารณาใส่ เครื่องมือกันฟันล้ม (Space Maintainer) เพื่อรักษาช่องว่างสำหรับฟันแท้